0 Comments

ตลาด CFD

ว่ากันด้วยเรื่องของตลาดการลงทุนนั้น เป็นสิ่งครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องของ เงิน ตราสารหนี้ หุ้น Forex ราคาน้ำมัน ราคาทองคำและอื่นๆ อีกมากมายก่ายกอง รวมไปถึงข่าวเศรษฐกิจต่างๆ นโยบายของรัฐหรือข่าวการเลือกตั้งของปรธานธิบดีของประเทศมหาอำนาจล้วนส่ผลต่อ “ตลาดการลงทุน” ทั้งสิ้น วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาเกี่ยวกับ “ตลาด CFD ที่น่าสนใจ” กันดูสักหน่อยครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปดูกันเล้ยย

นิยามของ เทรด CFD

การเทรด CFD (Contract for Difference) คืออะไร และมีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับการเทรดแบบอื่นๆ การเทรด CFD คือรูปแบบของการลงทุนที่ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงได้โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง แต่แทนที่จะได้ผลต่างระหว่างราคาที่เปิดสัญญาและราคาที่ปิดสัญญา ซึ่งสินทรัพย์อ้างอิงอาจเป็นหุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ หรือแม้แต่คู่สกุลเงินในตลาด Forex ก็ได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด CFD มีอะไรบ้าง ?

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาด CFD มีหลายประการ ได้แก่…

  • ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค  อัตราดอกเบี้ย, อัตราเงินเฟ้อ, GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ), อัตราการว่างงานหรือนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
  • ปัจจัยทางการเมือง ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นโยบายรัฐบาล ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงคราม หรือความไม่สงบ จะทำให้ตลาด CFD ผันผวน
  • ปัจจัยของตลาดการเงิน เช่น ความผันผวนของตลาดหุ้น การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราหรือปริมาณการซื้อขายในตลาด
  • ปัจจัยเฉพาะของบริษัทหรือสินทรัพย์ เช่น ผลประกอบการของบริษัท การประกาศจ่ายเงินปันผล การควบรวมกิจการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร
  • ปัจจัยด้านเทคนิค เช่น แนวโน้มราคา ปริมาณการซื้อขาย จุดสนับสนุนและต้านทาน ดัชนีทางเทคนิคต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิดไม่ว่าจะเป็น ภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย โรคระบาดหรือวิกฤตการณ์ต่างๆ ก็สามารถส่งผลต่อตลาด CFD ด้วย ดังนั้นจึงควรเตรียมเเผนรับมือเผื่อเอาไว้ด้วยเช่นกันครับ

ประโยชน์ของเทรดแบบ CFD

ประโยชน์หลัก ๆ อย่างหนึ่งของการซื้อขาย CFD คือคุณใช้เลเวอเรจได้สูงถึง 100: 1 เพื่อเริ่มต้นการซื้อขาย CFD ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ซื้อขายการเคลื่อนไหวของ CFD ได้มากกว่าด้วยค่าสเปรดจากธุรกรรมที่ค่อนข้างต่ำ ขณะที่เลเวอเรจขยายผลกำไรได้ มันก็ขยายการขาดทุนให้ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงควรมีการติดตามดูกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงว่าเหมาะสมหรือไม่เวลาทำการซื้อขาย CFD บนมาร์จิ้น ยกตัวอย่างเช่น

  • CFD: สามารถซื้อขายได้หลากหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี, ฯลฯ
  • CFD: สภาพคล่องอาจน้อยกว่า Forex โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่มีขนาดเล็ก
  • CFD: มักมี leverage ที่สูงกว่า Forex ซึ่งสามารถเพิ่มผลกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วย
  • CFD: อาจมีค่าธรรมเนียมสเปรด (Spread) และค่าธรรมเนียมอื่นๆ

ตัวอย่างปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดการเทรด CFD อย่าง เลือกตั้งประธานาธิดีสหรัฐอเมริกา

1. ความผันผวนของตลาด (Market Volatility) การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มักจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาด นักลงทุนมักจะรอดูทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคนใหม่ ทำให้เกิดความผันผวนสูงในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น สกุลเงิน (Forex), หุ้น (Stocks), และสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ผู้เทรด CFD มักจะพบกับความผันผวนของราคาที่สูงขึ้น  ทั้งโอกาสในการทำกำไรและความเสี่ยงในการขาดทุนในตลาด CFD ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน คำสั่ง Stop Loss และ Take Profit จะมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงนี้

2. การเปลี่ยนแปลงของนโยบายเศรษฐกิจ (Economic Policy Changes) ผู้ชนะการเลือกตั้งอาจมีนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เช่น การลดภาษี, การส่งเสริมการใช้จ่ายภาครัฐ, หรือการสนับสนุนอุตสาหกรรมบางประเภท นโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกมีนโยบายที่ส่งเสริมเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นอาจปรับตัวขึ้น แต่ถ้านโยบายที่ประกาศออกมาเป็นลบต่อตลาด เช่น การเพิ่มภาษีสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ อาจทำให้ตลาดหุ้นตกลง การเทรด CFD ในหุ้นและดัชนีจะได้รับผลกระทบโดยตรง

3. ความเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Fluctuations) การเลือกตั้งสามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ในการเทรด Forex หากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง หรือกลับกัน หากนโยบายได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ค่าเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น

ผู้ที่เทรด CFD ใน Forex จะต้องระมัดระวัง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์อาจส่งผลกระทบต่อคู่สกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD, และ USD/JPY

4. ผลกระทบต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities Market Impact) การเลือกตั้งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน, ทองคำ, และเงิน ประธานาธิบดีคนใหม่อาจมีนโยบายที่ส่งเสริมการผลิตพลังงาน หรือเปลี่ยนแปลงทิศทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ เทรดเดอร์ที่สนใจใน CFD ของสินค้าโภคภัณฑ์ควรติดตามนโยบายด้านพลังงานและการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เช่น ราคาน้ำมันอาจผันผวนตามนโยบายที่ส่งเสริมการผลิตน้ำมันในประเทศ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ตลาดของการเทรด CFD ที่น่าสนใจ” ที่ได้รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษา คิดว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและคิดว่าน่าจะช่วยให้ทุกๆ ท่านตัดสินใจเทรดแบบ CFD มากขึ้นกันนะครับ สุดท้ายนี้ลงทุนแต่พอดีกันนะครับ